ใช้สารส้มกับคลอรีนร่วมกันอย่างไร? ลำดับไหนถูกต้องและปลอดภัย
สารส้มทำให้น้ำใส คลอรีนฆ่าเชื้อโรค ใช้คู่กันอย่างไรให้ได้น้ำสะอาดปลอดภัย ลำดับขั้นตอน ระยะเวลาสัมผัส และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
สารส้มและคลอรีนทำหน้าที่ต่างกันและเสริมกัน: สารส้ม = ทำให้น้ำใส ส่วน คลอรีน = ฆ่าเชื้อโรค การใช้ให้ถูกลำดับช่วยให้ได้น้ำที่ทั้งใสและปลอดภัย โดยใช้คลอรีนน้อยลง
ลำดับที่ถูกต้อง: สารส้มก่อน คลอรีนทีหลัง
- ตกตะกอนด้วยสารส้ม — แกว่งหรือเติมสารส้ม ปล่อยให้ตะกอนจมจนน้ำใส
- แยกน้ำใส — ตัก/กาลักน้ำใสไปภาชนะใหม่ หรือกรองผ่านถังกรอง
- เติมคลอรีน — ตามปริมาณที่คำนวณได้ คนให้ทั่ว
- รอเวลาสัมผัส — อย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำไปใช้ เพื่อให้คลอรีนฆ่าเชื้อได้เต็มที่
ทำไมต้องเรียงลำดับแบบนี้
- เชื้อโรคจำนวนมากหลบอยู่ในอนุภาคตะกอน ถ้ายังขุ่น คลอรีนจะเข้าไม่ถึง
- ตะกอนและสารอินทรีย์ “กินคลอรีน” ทำให้ต้องใช้คลอรีนมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
- คลอรีนทำงานได้ดีในน้ำที่ pH ไม่สูงเกินไป (ต่ำกว่า 8)
สิ่งที่ห้ามทำ
- ห้ามผสมคลอรีนผงกับสารส้มผงในสภาพแห้ง หรือเก็บไว้ในภาชนะเดียวกัน
- ห้ามผสมคลอรีนกับกรด หรือน้ำยาล้างห้องน้ำ และห้ามผสมกับแอมโมเนีย — จะเกิดก๊าซพิษ
- ห้ามเทน้ำลงบนคลอรีนผง ให้เทคลอรีนลงในน้ำเสมอ
- ห้ามใช้ภาชนะโลหะละลายคลอรีน ให้ใช้พลาสติก
สูตรครัวเรือนแบบง่าย
สำหรับน้ำใช้ในโอ่ง 200 ลิตรที่ใสแล้ว ตั้งเป้าคลอรีนประมาณ 1 มก./ลิตร ต้องใช้คลอรีนบริสุทธิ์ 0.2 กรัม หรือคลอรีนผง 65% ประมาณ 0.3 กรัม เป็นปริมาณที่น้อยมาก จึงควรละลายคลอรีนผงเป็นสารละลายก่อนแล้วตวงเป็นมิลลิลิตร ดูวิธีคำนวณที่ เครื่องคำนวณคลอรีน
คำถามที่พบบ่อย
หลังเติมคลอรีนต้องรอนานแค่ไหน?
อย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำน้ำไปใช้หรือดื่ม เพื่อให้คลอรีนมีเวลาสัมผัสและฆ่าเชื้อโรค ถ้าได้กลิ่นคลอรีนแรง ให้เปิดฝาทิ้งไว้ให้กลิ่นจางลง
มีกลิ่นคลอรีนในน้ำ แปลว่าใส่มากเกินไปไหม?
ไม่เสมอไป กลิ่นเล็กน้อยแสดงว่ายังมีคลอรีนคงเหลือซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ถ้ากลิ่นแรงมากหรือแสบตา แสดงว่าใส่มากเกินไป ควรวัดด้วยชุดทดสอบคลอรีน
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการใช้งาน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือวิชาชีพเฉพาะ โปรดอ่านฉลากสินค้าและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง