วิธีทำ Jar Test หาปริมาณสารส้มที่เหมาะสม ฉบับใช้งานจริง
ขั้นตอนทำ Jar Test ด้วยอุปกรณ์ง่าย ๆ สำหรับประปาหมู่บ้านและผู้ดูแลระบบน้ำ วิธีเตรียมสารละลายสารส้ม 1% ความเร็วกวน เวลาตกตะกอน และการอ่านผล
Jar Test คือการทดลองกับน้ำดิบจริงในภาชนะหลายใบ โดยเติมสารส้มต่างปริมาณกัน เพื่อหาปริมาณน้อยที่สุดที่ให้น้ำใสดี ช่วยประหยัดสารเคมีและได้น้ำคุณภาพสม่ำเสมอ ควรทำทุกครั้งที่น้ำดิบเปลี่ยน เช่น ต้นฤดูฝน
อุปกรณ์
- บีกเกอร์หรือขวดโหลใสขนาด 1 ลิตร จำนวน 6 ใบ (ใช้ขวดน้ำพลาสติกตัดปากได้)
- เครื่องกวน Jar Tester หรือไม้คน/ช้อนสำหรับกวนด้วยมือ
- สารส้มผง ตาชั่งละเอียด และกระบอกฉีดยา/หลอดหยดสำหรับตวง
- น้ำดิบตัวอย่างอย่างน้อย 6 ลิตร
- (ถ้ามี) เครื่องวัดความขุ่น และเครื่องวัด pH
เตรียมสารละลายสารส้ม 1%
ละลายสารส้มผง 10 กรัม ในน้ำสะอาดให้ได้ปริมาตร 1 ลิตร จะได้สารละลายเข้มข้น 10,000 มก./ลิตร
ขั้นตอนทดลอง
- เทน้ำดิบใส่ภาชนะใบละ 1 ลิตร ทั้ง 6 ใบ ติดป้ายหมายเลข
- เติมสารละลาย 1% ใบละ 0, 1, 2, 3, 4, 5 มล. (= 0, 10, 20, 30, 40, 50 มก./ลิตร) ถ้าน้ำขุ่นมากให้ขยับช่วงสูงขึ้น
- กวนเร็ว ประมาณ 100–150 รอบ/นาที นาน 1 นาที
- กวนช้า ประมาณ 20–40 รอบ/นาที นาน 15–20 นาที สังเกตขนาดฟล็อก
- ตั้งทิ้งไว้ 30 นาที
- ดูความใสของน้ำส่วนบน วัดความขุ่นและ pH (ถ้ามีเครื่องมือ)
อ่านผลและนำไปใช้
เลือกใบที่ใช้สารส้มน้อยที่สุดแต่ให้น้ำใสดี ไม่จำเป็นต้องเลือกใบที่ใสที่สุด เพราะมักสิ้นเปลืองเกินจำเป็น แล้วนำไปคำนวณการใช้จริง
ตัวอย่าง: ได้ผล 30 มก./ลิตร ผลิตน้ำวันละ 120 ลบ.ม. → 30 × 120 ÷ 1,000 = 3.6 กก./วัน หรือประมาณ 108 กก./เดือน
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำ Jar Test บ่อยแค่ไหน?
อย่างน้อยทุกครั้งที่คุณภาพน้ำดิบเปลี่ยนชัดเจน เช่น ช่วงต้นและปลายฤดูฝน หรือหลังฝนตกหนัก ระบบที่ใช้น้ำผิวดินควรทำเป็นประจำ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
ไม่มีเครื่องกวน Jar Tester ทำได้ไหม?
ทำได้ ใช้การกวนด้วยมือให้จังหวะเท่ากันทุกใบ ผลอาจคลาดเคลื่อนบ้างแต่ยังช่วยหาช่วงปริมาณที่เหมาะสมได้ดีกว่าการกะประมาณ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการใช้งาน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือวิชาชีพเฉพาะ โปรดอ่านฉลากสินค้าและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง